ค่าน้ำบอลรู้ไว้ได้ประโยชน์

ราคาพนันบอลที่เว็บไซต์รับเดิมพันนำเสนอไว้ในตารางราคา มี 2 ประเภท คืออัตราต่อรองและราคาค่าน้ำ (อัตราจ่าย) โดยตัวเลขชุดหน้าในตารางคืออัตราต่อรอง และชุดที่เรียงตามหลังคือค่าน้ำ ทั้งนี้ ค่าน้ำเป็นตัวแปรสำคัญในการคำนวณอัตราได้เสีย ซึ่งนักเดิมพันต้องดูค่าน้ำของแต่ละเว็บไซต์ว่าให้ราคาอย่างไร ตรงใจหรือไม่ เมื่อแทงบอลถูกต้อง หรือ ”บอลเข้า” จะได้เท่าไร ได้เต็มตามจำนวนเงินที่ลงเดิมพัน หรือได้น้อยกว่าต้นทุน

ตัวเลขราคาและวิธีคำนวณค่าน้ำบอล

ค่าน้ำที่เว็บไซต์รับพนันบอลนำมาเปิดให้เล่นเดิมพันมี 2 รูปแบบ ประกอบด้วยรูปแบบของคาสิโนออนไลน์ และรูปแบบของโต๊ะรับแทงบอล โดยรูปแบบแรกเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูง มีราคาและวิธีคำนวณอัตราได้เสีย ดังนี้

ค่าน้ำบอลรู้ไว้ได้ประโยชน์ 2 - ค่าน้ำบอลรู้ไว้ได้ประโยชน์

ตัวเลขติดลบ: หมายถึงตัวเลขราคามีเครื่องหมายลบ (-) อยู่หน้า ซึ่งเว็บไซต์รับพนันบอลส่วนใหญ่จะพิมพ์ตัวเลขในตารางเป็นสีแดง จึงมีการเรียกราคานี้ว่าราคาน้ำแดง เช่น -0.75 หรือ -0.80 เป็นต้น กรณีนักเดิมพันเลือกแทงทีมราคาตัวเลขติดลบ เช่น -0.80 โดยลงเงินไป 100 บาท ถ้าแทงถูกต้องจะได้เต็มคือ 100 บาท (รวมทุนได้ 200 บาท) ถ้าแทงผิด เสีย 80 บาท (คำนวณโดยใช้จำนวนเงินเดิมพันคูณค่าน้ำคือ 100 X 0.80)

ค่าน้ำบอลรู้ไว้ได้ประโยชน์ 1 - ค่าน้ำบอลรู้ไว้ได้ประโยชน์

ตัวเลขปกติ: หมายถึงตัวเลขราคาไม่มีเครื่องหมายนำหน้า เช่น 0.75 หรือ 0.80 เป็นต้น ซึ่งเว็บไซต์รับพนันบอลจะพิมพ์ตัวเลขเป็นสีดำ จึงเรียกกันในวงการพนันบอลว่าราคาน้ำดำ กรณีนักเดิมพันเลือกแทงทีมราคาประเภทนี้ เช่น ราคา 0.75 โดยวางเงินเดิมพันไป 100 บาท ถ้าบอลเข้าจะได้ 75 บาท รวมทุนได้ 175 บาท (คำนวณด้วยวิธีเดียวกับราคาตัวเลขติดลบ โดยใช้จำนวนเงินเดิมพันคูณค่าน้ำคือ 100 X 0.75) ถ้าแทงผิด เสียเต็มจำนวนคือ 100 บาท

ราคาค่าน้ำบอลตามที่ระบุเป็นรูปแบบของมาเลเซีย ซึ่งนิยมใช้กันมากที่สุดในประเทศไทย แต่มีบางเว็บไซต์ใช้แบบยุโรป ซึ่งมีวิธีคำนวณง่ายเช่นกัน เช่น ราคา 1.80 ถ้าผู้เล่นแทงทีมราคานี้ 100 บาท และบอลเข้าจะได้ 80 บาท (รวมทุนได้ 180 บาท) ถ้าแทงผิด เสียเต็ม